อยากเป็นแอร์โฮสเตสแต่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ

อยากเเป็นแอร์แต่ไม่เเก่งภาษา? พี่มีนาช่วยไได้!-Crew Wings-

ไม่เก่งภาษาอังกฤษแต่อยากเป็นแอร์เรื่องที่หลายคนกังวล แต่พี่มีนาขอบอกเลยว่าอาชีพแอร์โฮสเตส ‘ภาษาอังกฤษ’ ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด! แต่เป็นทุกๆส่วนต่างหากที่มีความสำคัญทั้งหมดที่จะเพิ่มโอกาสในการเป็นแอร์ให้กับเรา เช่น ทัศนคติ, บุคลิกภาพ, ประสบการณ์ ฯลฯ

สำหรับน้องๆ หลายๆ คนที่มีความฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส น้องๆ อาจมีความกังวลเรื่องภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นด้านการ ฟัง พูด อ่าน เขียน หรือแม้กระทั้งคะแนน TOEIC ที่อาจจะเป็นตัวตัดสินให้น้องๆ ตัดใจจากอาชีพนี้แม้กระทั้งยังไม่ได้เริ่มต้นเดินตามความฝันเลยด้วยซ้ำ
อยากให้น้องๆทุกคนทราบเบื้องต้นก่อนว่า ทักษะภาษาอังกฤษส่วนที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเดินทางในสายงานนี้คือ ‘ภาษาอังกฤษด้านการสนทนา’ ที่จะเป็นด่านหน้าที่กรรมการจะได้รู้จักกับเรา

อยากเป็นแอร์แต่ไม่เก่งภาษา-เกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษสำหรับสมัครแอร์โฮสเตส-Crew Wings-

เกณฑ์ของคะแนนภาษาอังกฤษสำหรับสมัครแอร์โฮสเตส

1. เกณฑ์รับสมัครแบบขอคะแนนภาษา เช่น TOEIC, IELTS หรือ TOEFL

สายการบิน ประมาณ 70 % ที่จะขอให้ผู้สมัครมีคะแนนภาษามาแล้วให้เรียบร้อยส่วนมากจะเป็นสายการบินของไทยหรือสายเอเชีย โดยทั่วไปมักขอคะแนนภาษาโดยใช้คะแนน TOEIC เป็นเกณฑ์ซะส่วนใหญ่ โดยเกณฑ์การรับขั้นต่ำที่สุดที่เคยมีจะอยู่ที่ 450 คะแนน แต่คะแนนที่สายการบินส่วนใหญ่จะรับจะเฉลี่ยอยู่ที่ 600-700 คะแนน ค่ะ

2. เกณฑ์รับสมัครแบบไม่ได้ขอคะแนนภาษาอังกฤษ

สำหรับสายการบินที่ไม่ขอคะแนนภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่นั้นเราจะพบเจอเกณฑ์ลักษณะนี้จากสายการบินโซนตะวันออกกลาง โดยจะเปิดให้ผู้สมัครยื่นสมัครแล้วค่อยทำทดสอบภาษาโดยใช้ข้อสอบของสายการบินนั้นๆ เป็นเกณฑ์ในการวัดระดับภาษานั้นเอง โดยทั่วไปข้อสอบจะมีความคล้ายคลึงกับแนวข้อสอบ TOEIC

จากเกณฑ์ทั้ง 2 แบบข้างต้นน้องๆจะเห็นเลยว่าสุดท้ายแล้วการสอบภาษาอังกฤษในการสมัครแอร์นั้นคล้ายคลึงกัน ดังนั้นไม่ว่าน้องๆ จะเล็งสมัครแอร์โฮสเตสเพื่อเน้นสมัครสายตะวันออกกลางหรือสายไทย การฝึกทำข้อสอบ TOEIC หรือลองให้ตัวเองได้ลองสอบดูก็ไม่เสียหายอะไรที่จะได้รู้ว่าเราจะต้องพัฒนาจุดไหนเพิ่มอีกบ้าง

อยากเป็นแอร์แต่ไม่เก่งภาษา-ไม่เก่งภาษาอังกฤษต้องฝึกอย่างไร-Crew Wings-

ไม่เก่งภาษาอังกฤษต้องฝึกอย่างไร?

1. ไม่เก่งภาษาต้องฝึกอ่านสิ่งที่ชอบ

ให้น้องๆเริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษจากเรื่องหรือหนังสือที่เราชอบเป็นทุนเดิมก่อน ไม่ว่าจะเป็น นิทาน, นิยาย หรืออะไรก็ได้ที่จะทำให้เราสนุกและสนใจที่จะอ่านไปเรื่อยๆ ระหว่างที่อ่านหากน้องๆ ไม่เข้าใจตรงไหนเราก็สามารถเปิดดิกซ์เพื่อแปลไปพร้อมๆ กันได้พร้อมทั้งไม่ลืมให้ตัวเองลองพูดตามเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือเพื่อเพิ่มทักษะการพูดเข้าไปด้วย รับรองว่าน้องๆ จะเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

2. ดูหนัง sound track และ ซัพภาษาอังกฤษ

หาละครหรือภาพยนตร์หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษให้เราพยามดูซ้ำและวนหรือหยุดจนกว่าเราจะเข้าใจในสิ่งที่ตัวละครพูดเพื่อที่เราจะได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษให้เข้าใจ พร้อมทำอย่าลืมพยามบังคับให้ตัวเองพูดตามตัวละครไปด้วย พร้อมจดโน๊ตกับคำศัพท์ที่เราไม่เข้าใจเพื่อเราจะได้หาเวลามาฝึกฝนซ้ำได้

3. ฟัง Podcast หรือ ดูข่าวหรือ Youtube ภาษาอังกฤษ

การฟังหลายๆแบบเพื่อช่วยให้เราเก่งภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น โดยจะทำให้เราเคยชินกับสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลาย เพราะภาษาอังกฤษเองก็มีศัพท์แสลงหรือความเป็นทางการไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับโอกาสหรือสถานการณ์ การฟังที่หลากหลายจะช่วยให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น

4. พูดตาม

บางครั้งการอ่านหรือดูหรือฟังอย่างเดียวก็จะช่วยให้เราเข้าใจในสิ่งที่ตัวละครนั้นๆหรือคนๆนั้นๆได้ให้ข้อมูล แต่อาจจะไม่สามารถทำให้เราพูดภาษาอังกฤษได้เพราะเราฝึกแต่ที่จะเข้าใจไม่ได้ฝึกการพูดนั้นเอง แต่สิ่งที่จะทำให้น้องๆ ฝึกภาษาอังกฤษในการพูดให้เก่งขึ้นได้ เราจะต้องบังคับให้ตัวเองพูดออกมา ให้ร่างกายจดจำการออกเสียงหรือจดจำการขยับปากเพื่อให้เราเพิ่มทักษะด้านการสนทนาได้นั้นเอง

5. เพิ่มโอกาสโดยการมีเพื่อนต่างชาติ

บางครั้งการฝึกภาษาการสนทนาที่ดีที่สุดคือการฝึกฝนกับเจ้าของภาษานั้นเอง หาโอกาสให้ตัวเองได้อยู่แวดล้อมกับเพื่อนชาวต่างชาติหรือเล่น application ที่จะทำให้เราได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ

6. ลงคอร์สเรียนภาษา

การลงคอร์สเรียนก็เป็นอีกวิธีที่จะเพิ่มทักษะภาษาให้น้องๆ ให้เก่งขึ้นได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน เพราะการลงคอร์สเรียนคือการที่น้องๆ จะได้ฝึกภาษาจากครูผู้เชี่ยวชาญโดยตรงและจะทำให้เราไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง หากเรามีปัญหาตรงจุดไหนเราก็สามารถปรึกษาคุณครูได้ตลอดเวลานั้นเองค่ะ

บางคนไม่รู้จะเริ่มต้นให้ตัวเองเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษด้านไหนก่อน ลังเลว่าจะลองทำโทอิคก่อนหรือฝึกสนทนาก่อนดี จากประสบการณ์โดยตรงของพี่ขอแนะนำเลยว่าให้น้องๆเริ่มจากการฝึกพูดก่อนค่ะ หากน้องๆมีรากฐานการพูดที่ดีแล้วคะแนนโทอิคก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ น้องบางคนเริ่มต้นที่จะพัฒนาตัวเองจากการสอบโทอิคให้ได้ก่อนแล้วค่อยเริ่มสนทนา แต่ต้องบอกเลยว่าหากใครเริ่มเดินทางจากจุดนั้นเราอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าค่ะ เพราะการเก่งภาษาอังกฤษจะปูพื้นฐานให้ดีไม่ใช่เริ่มต้นที่ท่องจำหรือแกรมม่า แต่เป็นการเริ่มต้นจากการเข้าใจพื้นฐานก่อนค่ะ ลองคิดดูนะคะว่า น้องเขียนภาษาไทยได้ก่อนหรือ พูดภาษาไทยได้ก่อนกันคะ? แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเราควรเริ่มฝึกภาษาอังกฤษจากตรงไหนแล้วใช่ไหมคะ

พี่มีนาหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆที่มีความฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส พี่อยากจะบอกว่าความฝันจะเป็นของเราได้หากเราเริ่มต้นลงมือทำ มาเริ่มต้นและลงมือทำไปด้วยกันเถอะค่ะ เพราะพี่เองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เก่งภาษามาก่อนพี่เข้าใจน้องๆทุกคนดีเลยว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทุกการเริ่มต้นมักจะยากที่ตอนแรกเสมอ หากเราผ่านขั้นตอนแรกได้อะไรก็ไม่ยากสำหรับเราแล้วค่ะ แล้ววันที่น้องสำเร็จน้องจะขอบคุณตัวเอง ที่เราไม่ท้อและตั้งใจในทำให้เรามีวันที่เราติดปีกของเราได้อย่างแน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ติดตาม Content เกี่ยวกับชีวิตแอร์โฮสเตสพร้อมเทคนิคการสมัครแอร์-สจ๊วตเพิ่มเติมได้ที่ 

Youtube Channel: MeenaME

สนใจคอร์สเรียนกับพี่มีนาทางสถาบัน Crew Wings มีทั้งคอร์สภาษาอังกฤษและคอร์สแอร์โฮสเตส

รายละเอียดคอร์ส Wings (คอร์สแอร์โฮสเตส)

รายละเอียดคอร์ส English Conversation สนทนาภาษาอังกฤษ

หากน้องๆมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพแอร์โฮสเตสสามารถปรึกษาพี่มีนาโดยตรงได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่

Facebook: Crew Wings โรงเรียนสอนแอร์โฮสเตส

LINE ID: @crewwingsacademy